untitled

posted on 12 Sep 2011 18:41 by fiiirst
Thailand

 
ลักษณะภูมิประเทศ

 ประเทศไทยมีเนื้อที่ 513,000 ตารางกิโลเมตร หากดูตามแผนที่จะพบว่ามีรูปร่างเหมือนขวานโบราณ ตามการแบ่งขนาดของประเทศทางภูมิศาสตร์การเมือง ไทยจัดเป็นประเทศขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และใหญ่เป็นอันดับที่ 51 ของโลก โดยมีพรมแดนทางทิศตะวันออกติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศใต้ติดอ่าวไทยและมาเลเซีย ทิศตะวันตกติดทะเลอันดามันและสหภาพพม่า ทิศเหนือติดสหภาพพม่าและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภูมิประเทศของไทยแบ่งออกเป็น 6 ลักษณะ คือ

1.เขตภูเขาและที่ราบระหว่างภูเขาภาคเหนือ

 ทิวเขา ภูเขา และแอ่งแผ่นดินระหว่างเขาทางภาคเหนือ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงแม่น้ำโขง แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสาละวิน พื้นที่เหล่านี้เป็นที่ราบดินตะกอนที่แม่น้ำไหลพามาทับถม ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการตั้งถิ่นฐานและทำการเกษตร เทือกเขาที่สำคัญ ได้แก่ เทือกเขาหลวงพระบาง เทือกเขาแดนลาว เทือกเขาถนนธงชัย เทือกเขาผีปันน้ำ เทือกเขาขุนตาน และเทือกเขาเพชรบูรณ์ มียอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศคือยอดอินทนนท์ ในจังหวัดเชียงใหม่ สูงประมาณ 2,595 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง

2.เขตที่ราบภาคกลาง

    เป็นที่ราบดินตะกอนที่หนาแน่นและกว้างขวางที่สุดของไทย มีแม่น้ำที่สำคัญ คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำบางปะกง เนื่องจากเป็นที่ราบกว้างใหญ่ พื้นที่อุดมสมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ และเป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศ

3.เขตที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    ภูมิประเทศเขตนี้แยกจากภาคเหนือและภาคกลางอย่างชัดเจน โดยมีขอบสูงชันตามแนวเทือกเขาทางทิศตะวันตกและทิศใต้ ตอนกลางเป็นแอ่งคล้ายก้นกระทะ เรียกว่าแอ่งโคราช มีแม่น้ำชีและแม่น้ำมูนไหลผ่าน และไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่จังหวัดอุบลราชธานี เทือกเขาสำคัญ ได้แก่ เทือกเขาเพชรบูรณ์ เทือกเขาดงพญาเย็น เทือกเขาสันกำแพง และเทือกเขาพนมดงรัก

4.เขตภูเขาสูงภาคตะวันตก

    ทิวเขาและหุบเขาของภาคตะวันตกไม่มีที่ราบระหว่างเขาเหมือนภาคเหนือ มีเพียงที่ราบแคบๆ เท่านั้น เทือกเขาสำคัญของเขตนี้ ได้แก่ เทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรี ที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแควน้อย หรือไทรโยค และแม่น้ำแควใหญ่ หรือศรีสวัสดิ์ ซึ่งไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแม่กลอง

5.เขตภูเขาและที่ราบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก

    เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำทางตอนเหนือ ทิวเขาสลับที่ราบลูกฟูกทางตอนกลาง และที่ราบชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ เทือกเขาสำคัญ คือ เทือกเขาจันทบุรีและเทือกเขาบรรทัด ระหว่างเทือกเขาจันทบุรีกับอ่าวไทยเป็นพื้นที่ราบแคบๆ มีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับปลูกผลไม้ มีแม่น้ำบางปะกงไหลลงอ่าวไทย ลักษณะชายฝั่งเว้าแหว่งเต็มไปด้วยเกาะแก่ง หาดทรายสวยงาม เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะสีชัง

6.เขตภูเขา ที่ราบสูง ที่ราบชายฝั่งทะเล และหมู่เกาะต่างๆ ทางภาคใต้

    พื้้นนที่ของภาคใต้เป็นที่ราบสูงบนคาบสมุทรแคบๆ มีที่ราบอยู่ริมชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกเป็นแนวขนานกัน โดยมีเทือกเขาสูงเป็นสันอยู่ตรงกลาง เทือกเขาสำคัญ ได้แก่ เทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย เทือกเขาภูเก็ต และเทือกเขานครศรีธรรมราช มีแม่น้ำสายสั้นๆ เช่น แม่น้ำกระบุรี แม่น้ำตรัง แม่น้ำคีรีรัฐ แม่น้ำตาปี แม่น้ำปากพนัง และแม่น้ำโกลก มีเกาะที่สำคัญทางฝั่งตะวันตก คือ เกาะภูเก็ต ทางฝั่งตะวันออก คือ เกาะสมุยและเกาะพะงัน

 
ธงชาติไทย

ธงชาติไทย


ธงชาติไทย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ธงไตรรงค์ มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สีหลักในธง 3 สี คือ สีแดง ขาว และน้ำเงิน ภายในแบ่งเป็นแถบ 5 แถบ แถบในสุดสีน้ำเงิน ถัดมาด้านนอกทั้งด้านบนและล่างเป็นสีขาวและสีแดงตามลำดับ แถบสีน้ำเงินมีขนาดใหญ่กว่าแถบสีอื่นเป็น 2 เท่า ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์นั้นหมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทย คือ ชาติ (สีแดง) ศาสนา (สีขาว) และพระมหากษัตริย์ (สีน้ำเงิน) สีทั้งสามนี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ (ไตร = สาม, รงค์ = สี)
 

  

 

 

 

 

 

คำถามทบทวน

posted on 19 Aug 2011 18:56 by fiiirst
 
คำถามทบทวน 
 
 
1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
ตอบ มัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound)และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า"มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)  การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำ" ได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) การใช้มัลติมีเดียในลักษณปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่างๆด้วยตนเอง  สื่อต่างๆที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลาย น่าสนใจ และเร้าความสนใจเพิ่ม ความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร 
ตอบ1.ลดการใช้กระดาษ  
   2.สามารถคัดลอกได้ ถ้าต้องการข้อมูลนั้น  
   3.สามารถนำสื่อที่อยู่ในรูปของเว็บไซต์ ไปเสนอที่ใดก็ได้ อย่างสะดวก และรวดเร็ว
   4.มีความคงทนไม่สูญหาย สลายเหมือนกับเอกสารสิ่งพิมพ์      
    5.สมารถส่งถึงผู้รับได้เร็วกว่าแบบสื่อพิม์

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง 
ตอบ สามารถนำเสนอ ได้หลายรูปแบบ เช่น นําเสนอ เเบบเป็นอักษร เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว โดยตัวโปรเเกรมนั้นสามารถนําสือเหล่านี้มารวมกันได้เเละมีประสิทธิภาพมากที่สุด  

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกันโดยการสร้างจุดเชื่อมโยงไป ยังจุดเชื่อมโยงต่างๆ ในไฟล์เดียวกัน ส่วนการเชื่อมโยงภายนอก คือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ
 
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ โทรทัศน์ เครื่องTeblet จอโปรเจ๊กเตอร์ นำเสนอในรูปแบบมัลติมิเดีย การสร้างจุดเชื่อมโยง และอัปโหลดข้อมูลไว้บนอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของเว็บไซต์ 

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ การนำเสนอ ข้อมูลแบบ Microsoft PowerPoint เพราะในการนำเสนอจะสามารถนำเสนอที่ใช้ประกอบการบรรยายได้ดี เข้าถึงข้อมูล มีมัลติมิเดียที่สามารถแทรกระหว่างการนำเสนอได้ ทำให้ผู้ที่รับฟังการนำเสนอมีความเข้าใจ ในการจัดทำการนำเสนอ  

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร 
ตอบ คลิกขวาบริเวณที่ว่าง >>> เลือกอออกเเบบภาพนิ่ง >>> จะมีแม่แบบขึ้นมาและเลือกใช้ตามความพอใจ
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPointสามารถตั้งค่าได้ที่ใด 
ตอบ1.คลิกเลือกกล่องข้อความ หรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหว
       2.คลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง
       3.เลือกลักษณะพิเศษ แล้วตั้งค่าการเคลื่อนไหวตามต้องการ
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมอย่างน้อย 3 โปรแกรม
ตอบ1.Microsoft Word
       2.Microsoft  Powerpoint
       3.Microsoft Office excel
 
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร 
 ตอบ ได้ เพราะสมาราถนำเสนอข้อมูลเป็นภาพ วีดีโอ และเสียงได้

11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPointหรือไม่ อย่างไร
 ตอบ ไม่จำเป็น เพราะ Microsoft PowerPoint นำเสนอข้อมูลเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่่องพิมพ์

12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ  การแทรกรูปภาพ
        1.คลิกเลือกแถบเมนู >> เลือกรูปภาพโดยเลือกจากแฟ้มข้อมูล
        2.เมื่อมีหน้าต่างแทรกรูปภาพปรากฏขึ้น เลือกรูปภาพ
        3.คลิกแทรกรูปภาพ
     การแทรกภาพยนตร์ และเสียง
1.คลิกแทรกที่แถบมุม
2.เลือกภาพยนตร์ และเสียง
3.เลือกภาพยนตร์ จากแฟ้มหรือ เสียงจากแฟ้ม

13.การนำเสนอด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร 
ตอบ สามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าตัวหนังสือ เพราะมีภาพประกอบ และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้ง่ายขึ้น

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง 
ตอบ ซอฟต์แวร์: โปรแกรม Micosoft powerpoint 
    ฮาร์ดแวร์: ลำโพง จอฉาย โปรเจคเตอร์

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพ หรือ ภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
 
ตอบ คอมพิวเตอร์ , tablet , โทรศัพท์มือถือ,multimedia

 

 

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับเขียนโปรแกรม

SQL  เป็นภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เพื่อจัดการกับฐานข้อมูลโดยเฉพาะ เราสามารถแบ่งการทำงานได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้

                1. Select query  ใช้สำหรับดึงข้อมูลที่ต้องการ

                2. Update query  ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูล

                3. Insert query  ใช้สำหรับการเพิ่มข้อมูล

                4. Delete query  ใช้สำหรับลบข้อมูลออกไป

 

Select query

                ใช้ในการดึงข้อมูลในฐานข้อมูล จะมีการค้นหารายการจากตารางในฐานข้อมูล ตั้งแต่หนึ่งตารางขึ้นไป ตามเงื่อนไขที่สั่ง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเซตของข้อมูลที่สามารถสร้าง เป็นตารางใหม่ หรือใช้แสดงออกมาทางจอภาพเท่านั้น โดยมีรูปแบบดังนี้

 

Select รายละเอียดที่เลือก From ตารางแหล่งที่มา Where กำหนดเงื่อนไขฐานข้อมูลที่เลือก Group by ชื่อคอลัมน์

ตัวอย่างการใช้งาน

                1. Select fmane,lname From stdinfo

                                หมายถึง ให้แสดงเฉพาะคอลัมน์ fname คือ ชื่อ และคอลัมน์ lname คือ นามสกุล จากตาราง stdinfo

                2. Select fname,lname From stdinfo Where programe=”สังคมศึกษา”

                                หมายถึง ให้แสดงชื่อ และนามสกุลจากตาราง stdinfo ซึ่งมีโปรแกรมวิชาเป็นสังคมศึกษา

                3. Select fname From stdinfo Where fname Like ‘ส%’

                                หมายถึง ให้เลือกรายชื่อ นักศึกษาที่มีอักษรนำหน้าเป็น “ส” ขึ้นมาแสดงทั้งหมด

                4. Select id,fname,lname From stdinfo Where id=”001” AND id=”005”

                                หมายถึง ให้แสดง รหัสประจำตัวนักศึกษา ,ชื่อ และ นามสกุล  ที่มีรหัสเป็น 001 และ 005

 

ข้อสังเกต

                1. ประโยคย่อย WHERE  เราสามารถระบุเงื่อนไขได้โดยใช้โอเดปอร์เรเตอร์ ทั้วไป เช่น NOT < > =  กรณีที่คอลัมน์เป็นตัวเลข เราก็สามารถระบุเงื่อนไขที่เป็นการคำนวนได้เช่น +,-,*,/ 

                2. คำว่า Like  ใช้กับค่าในคอลัมน์ประเภทตัวอักษรว่าตรงกับประโยคที่ต้องการหรือไม่ เราสามารถใช้เครื่องหมาย widecard เช่น *,??,%  ในประโยคได้ ตามตัวอย่างข้างต้น

                3. ในการคำนวนนั้นมีฟังก์ชัน COUNT,SUM,AVG.MIN,MAX ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้ เช่น

                Select Count(id) From stdinfo

                หมายถึง ให้แสดงจำนวนรายการทั้งหมดในตาราง

                4. ในกรณีที่ตารางสองตารางมีความสัมพันธ์กัน เราก็สามารถดูข้อมูลทั้งสองตารางพร้อมกันได้ เช่น ตารางที่ 1 ข้อมูลนักศึกษาชื่อ stdinfo

                กำหนดให้มีคอลัมน์รหัสประจำตัว (id) ,ชื่อ (fname), นามสกุล (lname)

                ตารางที่ 2 ขอมูลเกี่ยวกับวิชาที่เรียน ชื่อ substd

                กำหนดให้มีคอลัมน์ชื่อวิชา (subject), รหัสประจำตัวอ้างอิง (rid) ,อาจารย์ผู้สอน (teacher)

                เราต้องการดูข้อมูลรหัสประจำตัว ชื่อ นามสกุล และชื่อวิชาที่เรียน เราจะใช้คำสั่งดังนี้

                Select stdinfo.id, stdinfo.fname,stdinfo.lname,substd.subject  From stdinfo,substd Where stdinfo.id=substd.rid

 

Update query

                ใช้สำหรับการแก้ไขข้อมูลในตาราง โดยแก้ในคอลัมน์ที่มีค่าตรงตามเงื่อนไข มีรูปแบบดังนี้

Update ชื่อตาราง Set [ชื่อคอลัมน์=ค่าที่จะใส่เข้าไปในคอลัมน์นั้น ๆ ] Where เงื่อนไข

                เช่น จากตารางแสดงรายชื่อนักศึกษากรณีที่นักศึกษาชื่อ สมบัติ มักน้อย ย้ายโปรแกรมวิชา จาก สังคมศึกษา ไปเป็นภาษาไทย เราใช้คำสั่งดังนี้

                Select stdinfo Set programe=’ภาษาไทย’ Where Fname=’สมบัติ’ and Lname=’มักน้อย’

 

Insert query

                ใช้ในการเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไปในฐานข้อมูล มีรูปแบบดังนี้

            Insert Into ชื่อตาราง [=ชื่อคอลัมน์1,2..] Values [ค่าที่จะใส่ลงในคอลัมน์ 1,2…]

            เช่น ต้องการเพิ่มรายชื่อนักศึกษา ที่มีรหัสประจำตัวเป็น 007 ชื่อ กมลวรรณ ศิริกุล โปรแกรมวิชา วิทยาศาสตร์ เราสามารถใช้คำสั่งดังนี้

                Insert into stdinfo (id,fname,lname,programe) Values (‘007’,’กมลวรรณ’,’ศิริกุล’,’วิทยาศาสตร์’)

 

Delete query

                ใช้ลบข้อมูลออกจากตาราง มีรูปแบบดังนี้

                        Delete From ชื่อตาราง  Where เงื่อนไข

                เช่น ต้องการลบรหัสประจำตัวนักศึกษา 005 ออกจากฐานข้อมูล เราใช้คำสั่งดังนี้

                Delete From stdinfo Where id=’005’